1982

จุดเริ่มต้นของกล้อง Lomo LC-A

จุดเริ่มต้นคือนายพล Igor Petrowitsch Kornitzky มือขวาของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและอุตสาหกรรมของสหภาพโซเวียต ได้ลองลองแกะชิ้นส่วนของกล้องคอมแพคของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Cosina CX-1 ร่วมกับ Michail Panfilowitsch Panfiloff เพื่อนของเขา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่ LOMO Russian และโรงงานผลิตเลนส์ ทั้งสองได้เห็นว่ากล้องขนาดเล็กของญี่ปุ่นนั้นประกอบด้วยเลนส์คุณภาพสูงและตัวกล้องที่ใช้วัสดุที่ทนทานอย่างมาก

จึงได้มีคำสั่งให้ LOMO PLC โรงงานใน St. Petersburg ของรัสเซีย ผลิตกล้องแบบ Cosina CX-1 แต่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น กล้อง LOMO LC-A ตัวแรกจึงถือกำเนิดขึ้น
1984

กล้อง LC-A ถูกผลิตขึ้นเป็นจำนวนมาก

ในปี 1984 กล้อง LOMO LC-A ได้ผลิตขึ้นเป็นจำนวนมาก ผ่านผู้ร่วมงานจำนวน 1,200 คน โดยเริ่มแรกเลยกำลังการผลิตคือ 1,100 ตัวต่อเดือนเพื่อส่งให้ตลาดรัสเซีย และต่อมาไม่นานกล้องตัวนี้ก็เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศคอมมิวนิสต์อย่างโปแลนด์, เชโกสโลวาเกีย และคิวบา

1991

กล้อง LC-A ได้เดินทางไปสู่เมืองเวียนนา

ขณะที่ไปเที่ยวปราก นักเรียนชาวเวียนนากลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งได้ไปสะดุดตาเข้ากับกล้อง LOMO LC-A ที่ตั้งอยู่ในร้านขายกล้องถ่ายรูปที่โรงเรียนเก่าและเริ่มทดลองถ่ายภาพพวกนั้นจากเอวดู หลังจากนั้นก็กลับเวียนนาเพื่อนำฟิล์มไปล้าง พอได้ภาพมาพวกเขาก็พบว่าภาพเหล่านี้ออกมาสวยงามแปลกตาสุดๆ จึงทำให้พวกเขาอยากจะมีกล้อง LC-A เป็นของตัวเอง!

1992

ก่อตั้ง Lomographic Society International อย่างเป็นทางการ

เริ่มต้นจากความสนใจในตัวกล้อง LOMO LC-A เป็นอย่างมาก ทำให้เหล่าผู้ก่อตั้ง Lomography ได้ใช้วิธีแบกเป้ไปเที่ยวรัสเซียเพื่อจะได้ค้นคว้าค้นหากล้อง LOMO LC-A ที่ยอดเยี่ยมตัวนี้

ในปี 1992 ได้มีการก่อตั้ง Lomographic Society International (LSI) ขึ้น และช่วงฤดูร้อนของปีนั้น พวกเขาได้มีการเขียน “10 กฎทองของ Lomography” และ “Lomography Manifesto” ไว้ ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ “Wiener Zeitung” เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน และหลังจากนั้นไม่นาน สภาเทศบาลเมืองเวียนนาได้จัดหาบ้านบริเวณ Breitegasse เขต 7 ให้ชาว LSI ซึ่งต่อมาบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นฐานทัพและสถานปฏิบัติการทุกอย่างของ Lomography เลย! โดยการจัดนิทรรศการแรกของเรา ทำให้เราขายกล้อง LOMO LC-A ได้ถึง 700 ตัว รวมทั้ง LomoWall ภายในนิทรรศการได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็น Lomography ได้มากที่สุด

1994

Lomography เปิดตัวเว็บไซต์, จัดแสดงงานที่นิวยอร์กและมอสโก และก่อตั้งร้านค้าร้านแรก

ในปี 1994 ได้เปิดตัวเว็บไซต์แรก นั่นก็คือ www.lomo.com และในปีนี้ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการที่สำคัญอย่างยิ่งในมหานครนิวยอร์กและมอสโก พร้อมการจัดแสดง LomoWall ขนาดมหึมา ซึ่งได้รวบรวมรูปภาพที่สวยงามจากหลากหลายประเทศทั่วโลกในสไตล์สีสันสดใสตามแบบฉบับโลโม่ และในปีเดียวกันได้มีการตั้งร้านค้าร้านแรกขึ้นในกรุงเบอร์ลิน

1996

ปกป้องอนาคตของกล้อง LOMO LC-A

มาถึงปีนี้กล้อง LOMO LC-A เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น.. โรงงานที่รัสเซียตัดสินใจที่จะเลิกผลิตกล้องให้เรา แต่ด้วยความกล้าหาญของผู้ก่อตั้ง เขาได้เดินทางไปยังโรงงาน LOMO Optics ที่ประเทศรัสเซีย และเขาโน้มน้าวหัวหน้าโรงงานและรองนายกเทศมนตรีวลาดิมีร์ปูตินได้สำเร็จ ทำให้กล้องยังเดินหน้าการผลิตต่อไป

1997

จัดการประชุม Lomography World ครั้งแรกที่กรุงมาดริด

มีการเปิดตัวเว็บไซต์ Lomography.com ขึ้นเพื่อแทนทีเว็บไซต์ lomo.com ซึ่งเว็บไซต์ใหม่จะทำให้ทุกคนได้รู้จักสินค้า, มีคอมมิวนิตี้โต้ตอบกัน, มีโปรเจกต์พิเศษ, กิจกรรมและการบริการ รวมทั้งมี WorldArchive ซึ่งเป็นการแสดงคอลเลคชั่นของภาพถ่ายสไตล์โลโม่จากทั่วทุกมุมโลก

และในปี 1997 ได้มีการเปิดประชุม World Lomographic ที่กรุงมาดริด และมีการสร้าง LomoWall ขนาดความยาส 120 เมตร ซึ่งประกอบไปด้วยรุปภาพกว่า 35,000 รูป!

1998

เปิดตัวกล้อง Actcionsampler ที่งาน Photokina

ในปี 1998 เราได้เปิดตัว กล้องสี่ตา Actionsampler ที่งาน Photokina ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการถ่ายภาพที่ใหญ่ที่สุดของทั่วทั้งโลกไว้ ด้วยความที่เป็นกล้องพลาสติกรูปร่างแปลกตาและถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 4 ภาพโดยใช้ฟิล์มขนาด 35mm ทำให้กล้องตัวนี้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก

2000

เปิดตัวกล้อง Supersampler และฟังก์ชั่น LomoHome บนเว็บไซต์

เราได้ออกแบบ, ผลิต และจดสิทธิบัตร กล้อง Supersampler ซึ่งเปิดตัวในปี 2000 จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “Queen of all Multilens Cameras” โดยกล้องตัวนี้สามารถถ่ายภาพ 4 ช็อตต่อเนื่องโดยใช้ฟิล์มขนาด 35mm

และในปีเดียวกัน เรายังได้เปิดตัว LomoHome บนเว็บไซต์ lomography.com ขึ้น ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่รักการถ่ายภาพฟิล์มได้เก็บรวมรวมภาพและแชร์ภาพให้ทุกคนทั่วโลกได้ดู เหมือนเป็นการได้สร้าง LomoWalls ของตัวเองเลย

2001

ร้านค้า Lomography ร้านแรกของโลก

ร้านขายกล้อง Lomography ร้านแรกของโลกเปิดตัวในกรุงเวียนนาเมื่อปี 2001 ผนังร้านตกแต่งด้วยภาพถ่ายโลโม่ (LomoWalls) ภายในร้านได้รวบรวมสินค้าต่างๆจาก Lomography รวมทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากทั่วทุกมุมโลก และที่สำคัญเรายังมีการจัด workshop เกี่ยวกับกล้องฟิล์ม รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ เพื่อรองรับผู้คนที่สนใจความเป็น Lomography อีกด้วย

2002

งานฉลอง 10th Anniversary Lomography World Congress ที่ประเทศเวียนนา

ในปี 2002 เวียนนาได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน 10th Anniversary Lomography World Congress ซึ่งถือเป็นปาร์ตี้ขนาดใหญ่ที่เราได้จัดแสดงภาพถ่ายจากกล้องโลโม่จกาทั่วทุกมุมโลก

2003

เริ่มเปิดตัวสินค้าแฟชั่น

ในปี 2003 เราได้เปิดตัวกระเป๋า Sidekick TPE bag ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บกล้อง, ฟิล์ม และคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้เปิดตัวสินค้าใน หมวดหมู่แฟชั่น ซึ่งตอนนี้มีให้เลือกมากมาย ทั้งเสื้อยืด, กระเป๋าผ้า, กระเป๋าใส่กล้อง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ

2004

ติดตั้ง LomoWalls ที่ใหญ่ที่สุดที่งาน Lomography World Congress ประเทศขีน

ในปี 2004 เราได้ติดตั้ง LomoWalls ที่ใหญ่ที่สุดในงาน Lomography World Congress ที่ประเทศจีน เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ที่กรุงปักกิ่งเต็มไปด้วยภาพถ่ายจากกล้องฟิล์มและกิจกรรมต่างๆที่น่าตื่นเต้นมากมาย

2005

เปิดตัวกล้อง Fisheye

ในปี 2005 เราได้เปิดตัวกล้อง Fisheye ซึ่งเป็นกล้องตาปลามุมมอง 180 องศา ใช้ฟิล์มขนาด 35mm โดย กล้อง Fisheye One ตัวนี้สามารถถ่ายภาพในสไตล์ Fisheye ได้อย่างสะดวกมากที่สุด!

2006

เปิดตัวกล้อง LomoLC-A+

ปี 2006 ปีนี้เป็นปีที่ตำนานได้เริ่มต้นขึ้น Lomography ได้สร้างสรรค์ กล้อง LOMO LC-A+. ซึ่งเป็นกล้อง compact ที่ใช้ในการถ่ายภาพในสไตล์สีสันสดใส, มีอารมณ์ความเข้มของสี ที่มาพร้อมกับขอบดำ ที่โดดเด่น Lomo LC-A ยังมคุณสมบัติเพิ่มเติมที่สร้างความตื่นเต้น ทั้ง ชัตเตอร์บี , ถ่ายภาพซ้อน และ อุปกรณ์เสริมให้กับ LC-A+

2007

เปิดตัวกล้อง DIana+, จัดงาน London World Congress รวมทั้งมีโปรเจกต์พิเศษร่วมกับวง White Stripes

ในปี 2007 ได้มีการเปิดตัว กล้อง Diana+ โดยเป็นเหมือนกล้องที่ได้จำลองจากกล้องฟิล์มมีเดียมฟอร์แมตสุดคลาสสิคอย่างกล้อง Diana ซึ่งเรายังเพิ่มฟังก์ชั่นเพิ่มความสนุกและความสร้างสรรค์ให้กล้องตัวนี้ด้วย

และในปีเดียวกันได้มีการเปิดตัวร้าน Lomography Gallery ที่ฮ่องกง, ปารีส และโซล มีการจัดงาน World Congress ที่ลอนดอน ซึ่งเราได้ร่วมมือกับวง White Stripes ในการผลิตกล้อง Diana+ รุ่นพิเศษอย่าง Jack Holga และ Meg อีกด้วย

2008

เปิดตัวกล้อง Lubitel+ และฟิล์ม Redscale & X-Pro

ในปี 2008 เราได้เปิดตัว กล้อง Lubitel+ ซึ่งเป็นกล้องเวอร์ชั่นใหม่ของกล้องทวินเลนส์สุดคลาสสิคอย่าง Lubitel โดยเราได้เพิ่มฟังก์ชั่นให้สามารถใช้งานได้ทั้งฟิล์มขนาด 120 และ 35mm รวมทั้งเพิ่มคู่มือการปรับชัตเตอร์และรูรับแสงด้วย

เราได้เปิดตัวฟิล์ม 2 ตัวแรกของโลโม่นั่นก็คือฟิล์ม Lomography X-Pro และ Lomography Redscale

2009

เปิดตัวกล้อง Diana Mini และกล้อง LOMO LC-A รุ่น 25th Anniversary

ปี 2009 เป็นปีที่เราได้เปิดตัวกล้องเจ้าหญิงตัวจิ๋วอย่าง กล้อง Diana Mini. ซึ่งเราได้จำลองมาจากกล้อง Diana+ แต่ตัวนี้สามารถใช้งานกับฟิล์ม 35mm ได้ แล้วยังสามารถเลือกได้ว่าจะถ่ายแบบ square 36 ภาพ หรือแบบ half-frame 72 ภาพ

ที่สำคัญยังมีการจัดงาน international exhibition และ Diana World Tour ซึ่งเราอยากแชร์ภาพ vignette ในขนาด square ที่มีเอกลักษณ์ของกล้องตัวนี้ จนในที่สุดเราก็ได้เปิดตัว Diana Instant Back+ ซึ่งเป็นฝาหลังที่ทำให้กล้อง Diana+ สามารถถ่ายภาพ Instant ได้

เราได้ฉลองให้กล้อง LOMO LC-A+ โดยการเปิดตัวกล้อง LC-A+ 25th Anniversary และรุ่นพิเศษ No Nukes ที่ออกแบบโดยชาวเกาหลี

เว็บไซต์ Lomography เปิดตัวอีกครั้ง พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ที่รองรับผู้คนจากทั่วโลก! และเรายังได้เปิดตัวเว็บไซต์เวอร์ชั่นของประเทศอื่นๆอย่าง แคนาดา, ไต้หวัน, ไทย, เกาหลี, จีน, อังกฤษ และอิตาลี และยังเปิดร้านค้าใหม่ๆไปทั่วโลกอีกด้วย

2010

ประกาศ "10 คำทำนายสำหรับอนาคตอะนาล็อก" ที่ Photokina รวมถึงเปิดตัวกล้อง Sprocket Rocket และ Spinner 360 °

ปี 2010 จะเป็นอีกปีที่ย้ำเตือนว่ายังไงโลกอะนาล็อกก็ยังคงอยู่! เราได้ไปงาน Cologne Photokina และแสดงความรักต่อวงการกล้องฟิล์มด้วยการประกาศ 10 คำทำนายสำหรับอนาคตอะนาล็อก

เปิดตัว กล้อง Spinner 360° และได้รับรางวัล European Consumers Choice Award และหลังจากนั้นเราได้เปิดตัว กล้อง Sprocket Rocket ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มตัวแรกที่ตั้งใจให้ภาพติดหนามเตย!

เราได้สร้างความมั่นใจว่าวงการกล้องฟิล์มจะอยู่ต่อไปได้ในอนาคตโดยการผลิตสินค้าออกมาเรื่อยๆ! เราได้เปิดตัวฟิล์มฟอร์แมต 120 และ 35mm รวมทั้งฟิล์ม redscale และ X-Pro

ในการเฉลิมฉลองให้กับกล้อง LOMO LC-A เรามีการผลิตรุ่นพิเศษขึ้นมา 2 รุ่น ทั้ง LC-A+ White และ LC-A+ Gold และในปีนี้ผู้คน 10 กลุ่มจากทั่วโลกได้รวมทีมกับเพือเข้าร่วมงาน LC-A Race โดยเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ Lomography ที่เวียนนา โดยในการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันจะมีอาวุธเป็น GPS, สมุด และกล้อง LC-A+

2011

จัดนิทรรศการ Lomography Times Square Exhibition รวมทั้งเปิดตัวสินค้าใหม่มากมาย

ในปี 2011 ฮ่องกงได้จัดนิทรรศการ Lomography Times Square Exhibition ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 100,000 คน ผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจในครั้งนี้คือ LomoWorldMap ที่ทำมาจากภาพถ่ายจากกล้องโลโม่หลายพันภาพ และในงานยังมีกล้องจำลองขนาดยักษ์ที่สามารถให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา interact ได้ด้วย โดยมีทั้งกล้อง Sprocket Rocket, Diana F+, Fisheye No.2 และ Lubitel 166+ และในงานเรายังได้เปิดตัวหนังสือ Hong Kong City Guide ซึ่งเป็น photobook แบบ special edition ที่รวบรวมภาพที่ถ่ายโดยกล้อง White Sprocket Rocket โดยเฉพาะ

ในเดือนพฤษภาคม เราได้เปิดตัวกล้องฟิล์มคอมแพคที่ถ่ายภาพออกมาได้กว้างที่สุดอย่าง กล้อง Lomo LC-Wide มาพร้อมเลนส์ 17mm Minigon 1 Ultra-Wide-Angle ที่เราได้ตั้งใจพัฒนาขึ้น และต่อมาไม่นานกล้องตัวนี้ก็กลายเป็นกล้องที่ชาวโลโม่ชื่นชอบกันมากๆ

ต่อมาในเดือนมิถุนายน เราได้เปิดตัว กล้อง La Sardina พร้อมแฟลชสไตล์โลโม่อย่าง Fritz the Blitz กล้องรุ่นนี้มาพร้อมเลนส์ wide-angle และใช่ฟิล์มขนาด 35mm ซึ่งสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้มาสนุกกับการถ่ายฟิล์มได้อย่างสนุกสนานเลย

ในเดือนกรกฎาคม เราได้เปิดตัว กล้อง LC-A+ Russia Day. ซึ่งผลิตมาจำนวนจำกัด และยังได้เปิดตัวฟิล์มขาวดำอย่างฟิล์ม Earl Grey และ Lady Grey B&W อีกด้วย

ในเดือนพฤศจิกายน เราได้เปิดตัวกล้องที่ถือเป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดแห่งปีอย่าง กล้อง LomoKino ซึ่งถือว่าเป็นกล้องโลโม่ที่ถ่ายภาพสไตล์ movie ได้ตัวแรกของโลก

2012

Lomography ครบรอบ 20 ปี, ทำแบบสำรวจ Analogue vs Digital และนำฟิล์ม 110 กลับมาผลิตใหม่

ปี 2012 เป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นของ Lomography เพราะเป็นปีที่เราครบรอบ 20 ปี

เริ่มต้นกันที่การเปิดตัวฟิล์ม 110 ซึ่งจริงๆแล้วฟิล์มฟอร์แมตนี้ถูกยกเลิกการผลิตไปตั้งแต่ปี 2009 แต่เราได้นำกลับมา พร้อมทั้งผัฒนาขึ้นเป็นฟิล์ม Orca B&W 110 และ Tiger CN 110 จากนั้นเราได้มีการผลิตกล้องฟอร์แมต 110 อย่างกล้อง Fisheye Baby 110 และ Diana Baby 110 ด้วยเช่นกัน (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 110 photography site).

ในเดือนกันยายนเราได้ทำแบบสำรวจเกี่ยวกับการใช้งานกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอลของชาวโลโม่ โดยแบบสำรวจนี้มีผู้ตอบ 5,000 คน จาก 82 ประเทศ ทำทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมาก และถ้าคุณอยากรู้ข้อมูลสรุปแบบ Infographic สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Analogue vs Digital site.

ในเดือนตุลาคม เราได้เปิดตัว กล้อง Belair X 6-12, ซึ่งเป็นกล้อง medium format 6×12 ระบบ auto-exposure ตัวแรกของโลก

และปีนี้เป็นปีที่เราครบรอบ 20 ปี! โดยเราได้ทำการเฉลิมฉลองด้วยการพาทุกคนย้อนความทรงจำไปกับ 20th Anniversary Site.

2013

เปิดตัวเลนส์ Petzval, กล้อง Konstruktor และฟิล์ม LomoChrome Purple

เริ่มต้นปี 2013 ด้วยการปล่อยสินค้าใหม่ 2 ตัว โดยในช่วงต้นเดือนมกราคม เราได้เปิดตัว Lomography Smartphone Film Scanner, ซึ่งเป็นโปรเจกต์ Kickstarter ตัวแรกของเราเลย โดยเครื่องสแกนตัวนี้ทำให้คุณสามารถสแกนฟิล์มมาเป็นไฟล์ดิจิตอลได้อย่างง่ายดาย

จากนั้นภายในไม่กี่สัปดาห์ เราได้เปิดตัว ฟิล์ม LomoChrome Purple ทั้ง 35mm และ 120 ซึ่งฟิล์มตัวนี้สามารถเปลี่ยสีเขียวให้กลายเป็นสีม่วงได้ โทนสีจะคล้ายๆฟิล์มระดับตำนานอย่าง Kodak Aerochrome จนฟิล์มตัวนี้ครองใจใครกลายๆคนมาจนถึงทุกวันนี้

ในเดือนเมษายน เราได้เฉลิมฉลอง Film Photography Day. เป็นครั้งแรก ซึ่งผู้ที่หลงไหลในการถ่ายภาพฟิล์มจะมารวมตัวกันในวันที่ 12 เมษายน เพื่อจัดปาร์ตี้ ถ่ายภาพ และเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน

ช่วงฤดูร้อน เราได้มีการเปิดตัวอีก 2 ครั้ง โดยสินค้าตัวที่ 1 คือ “กล้อง Konstruktor”: http: //microsites.lomography.com/konstruktor/ ซึ่งเป็นกล้อง SLR 35mm ที่สามารถประกอบได้เองตัวแรกของโลก

จากนั้นในเดือนกรกฎาคม เรามีโปรเจกต์ระดมทุนกับ Kickstarter อีกครั้ง คราวนี้เป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้กับเลนส์สุดคลาสสิคในตำนานอย่าง เลนส์ Lomography New Petzval Lens โดยเลนส์ตัวนี้ทั้งผสมผสานสไตล์ของเลนส์ Petzval ในอดีต และปรับให้สามารถใช้งานได้กับกล้องสมัยใหม่ ซึ่งเรามีเมาท์ให้เลือกทั้ง Canon EF และ Nikon F (สำหรับกล้องรุ่นอื่นๆสามารถใช้อะแดปเตอร์แปลงได้) โปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและทะลุยอดระดมทุนที่เราตั้งไว้ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ในเดือนตุลาคม เราได้เปิดตัว Experimental Lens Kit ซึ่งสามารถใช้ได้กับกล้องดิจิตอล Micro 4/3 โดยสามารถถ่ายภาพซ้อนได้และเล่นกับสีด้วย color-splash ได้โดยการเปลี่ยนเลนส์ที่แตกต่างกัน

2014

เปิดตัวกล้องตระกูล Instant, Art Lens รวมทั้งฟิล์มตัวใหม่

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2014 เราได้มีการเปิดตัวกล้อง Instant 3 ตัว ประกอบด้วย LC-A+ Instant Camera และ Belair X 6-12 Instant Camera ที่สามารถเปลี่ยนกล้องฟิล์มให้กลายเป็นกล้อง Instant ได้ จากนั้นในเดือนพพฤษภาคม เราได้เปิดตัว กล้อง Lomo’Instant ซึ่งเป็นกล้อง Instant ตัวแรกของโลโม่ และเป็นกล้อง Instant ที่มีความสร้างสรรค์มากที่สุดในโลก! เราได้เปิดตัวผ่านโปรเจกต์ Kickstarter ลำดับที่ 3 โดยโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนทำให้ Lomography กลายมาเป็นบริษัทแรกที่มี 2 โปรเจกต์ แต่ทำรายได้มากกว่า $1 ล้าน ในหมวดหมู่ Product Design ของทาง Kickstarter

ในปีเดียวกัน เราได้เปิดตัว เลนส์ Russar+ (เมาท์ L36/M) ซึ่งถือว่าเป็นสมาขิกใหม่ในตระกูล Lomography Art Lens เลย โดยเลนส์ New Russar+ คือการพัฒนาจากเลนส์ระดับตำนานเมื่อยุค 1958 อย่างเลนส์ Russar MR-2 ซึ่งเลนส์ตัวนี้โดดเด่นเรื่อง super wide-angle เป็นอย่างมาก สำหรัยเลนส์ Russar+ นั้น คุณสามารถถ่ายภาพ wide-angle ได้อย่างคมชัด และมีคาแรคเตอร์ที่น่าทึ่ง ซึ่งเลนส์ตัวนี้เหมาะทั้งการถ่ายภาพทิวทัศน์ ภาพสถาปัตยกรรม ภาพถ่ายบุคคล รวมทั้งภาพถ่ายสตรีทด้วย

ในเดือนสิงหาคม เราได้เฉลิมฉลองการเปิดตัว เลนส์ Petzval Lens เป็นเวลา 1 ปี ด้วยการจัดการประกวดภาพจากเลนส์ Petzval และได้จัดแสดงถ่ายภาพที่ดีที่สุดที่ Lomography Gallery Stores ทั่วโลก และสำหรับ Film Photography Day เรายังได้จัดการประกวด Search For Analogue Stars เพื่อหาสุดยอดช่างภาพฟิล์มแห่งศตวรรษที่ 21

เรายังมีการเปิดตัวฟิล์ในปีนี้ด้วย ในเดือนกรกฎาคม เราได้เปิิดตัวฟิล์ม Cine200 Tungsten ซึ่งเป็นฟิล์มที่ให้ความรู้สึกเหมือนฟิล์มหนัง โดยเราออกมาแบบมาให้ใช้ได้กับกล้องฟอร์แมต 35mm และผลการตอบรับดีมาก เราขายหมดภายในไม่กี่วัน และในเดือนตุลาคม เราได้เปิดตัวฟิล์มอีก 1 ตัวนั่นก็คือ ฟิล์ม LomoChrome Turquoise XR 100-400 Color Negative ซึ่งฟิล์มตัวนี้จะมีความคล้ายกับฟิล์ม LomoChrome Purple แต่ทั้งสนุก แปลกใหม่ และบ้าบิ่นมากขึ้น โดยฟิล์มตัวนี้จะย้อมภาพของคุณให้สวยงาม เปลี่ยนจากสีสว่าง กลายเป็นโทนสีที่หลากหลาย ไล่ตั้งแต่สีฟ้าน้ำทะเลไปจนถึงสีฟ้าโคบอลต์ เปลี่ยนสีเขียวให้กลายเป็นสีเขียวเข้ม และเปลี่ยนสีน้ำทะเลใสๆให้กลายเป็นโทนสีทอง

2015

ปรับโฉมเว็บไซต์ Lomography Community

ในปี 2015 พวกเราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เปิดตัวเว็บไซต์ Lomography Community! ซึ่งเว็บไซต์นี้ได้ออกแบบขึ้นใหม่และปรับขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานในทุกหน้าจอ ซึ่งเราได้พูดคุยสอบถามสมาชิกใน community ว่าพวกเขาอยากให้ปรับปรุงหรือต้องการให้เว็บไซต์เราเพิ่มเติมในส่วนไหนบ้าง โดยเว็บไซต์ใหม่ของเรา สามารถเลือกดูภาพถ่ายได้ถึง 12,000,000 รูปภาพ อ่านบทความในนิตยสารออนไลน์ของเราได้มากกว่า 50,000 บทความ และเชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกได้มากกว่า 1 ล้านคน

2016

เลนส์ตัวใหม่ และจัดการประกวด TEN AND ONE Annual Lomography Photo Award

ในเดือนเมษายนปี 2016 เราได้เปิดตัวเลนส์ Daguerreotype Achromat 2.9/64 ซึ่งเป็นเลนส์จากตระกูล Art Lens ของเรานั่นเอง โดยเลนส์ตัวนี้สามารถถ่ายภาพออกมาได้สมบูรณ์สวยงาม ให้บรรยากาศของภาพมีเสน่ห์ และโบเก้ก็โดดเด่นอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่เราเปิดตัวผผ่าน Kickstarter ไป ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ทำให้โปรเจกต์สำเร็จได้ภายในเวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น

หลังจากจบโปรเจกต์ของเลนส์ Daguerreotype Achromat ไป ในช่วงเดือนสิงหาคม 2016 เราได้กลับมาเปิดตัวกล้อง Lomo’Instant Automat ผ่านทาง Kickstarter โดยกล้องตัวนี้เป็นระบบออโต้ทั้งหมด ฟังก์ชั่นสร้างสรรค์และใช้งานง่ายมากๆ ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพในทุกช่างสภาพแสงของเราอีกด้วย

พวกเราตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่จะไปจัดแสงงานที่ PhotoKina ซึ่งเป็นงานมหกรรมกล้องถ่ายรูปและกล้องวิดีโอชั้นนำของโลก ภายในงานเราได้จัดการโแสดงโชว์ผลงาน จะดกิจกรรมการถ่ายภาพจากกล้อง Instant แบบสดๆ ร่วมผู้คนกับผู้ได้หมด ที่สำคัญยังได้ร่วมพูดคุยแรกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่มาร่วมงานด้วย ซึ่งผู้คนล้วนชอบและหลงไหลในงานของเขา

เราได้เปิดตัวการประกวดถ่ายภาพ TEN AND ONE Annual Lomography Photo Award โดยเป็นถือว่าเป็นการประกวดที่ท้าทายของเหล่าช่างภาพมาก เพราะทุกคนต้องถ่ายภาพให้ออกมานอกกรอบ ไม่เหมือนใคร ภายใต้หัวข้อทั้ง 11 หัวข้อ ยกตัวอย่างเช่น “Urban Explorers” และ “Breaking Boundaries” ซึ่งผู้ที่ชนะในแต่ละหัวข้อจะได้เข้าร่วมประกวด TEN AND ONE Annual Lomography Photo Award ซึ่งในปี 2016 เราได้รับผลงานภาพถ่ายมากมาย และผู้ชนะในปลายปีนั้น ได้รางวัลรวมมูลค่ากว่า 20,000 ยูโร

2017

ฉลองครบรอบ 25 ปีด้วยการจัดนทรรศการ และเปิดตัวกล้องอีกมากมาย!

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 25 ปีของเรา เราจึงได้ฉลองด้วยการจัดนิทรรศการ LomoWalls ที่ใหญ่ที่สุดด้วย และเราได้จัดปาร์ตี้สนุกๆที่ Lomography Gallery Stores ทั่วโลกเลย

แต่ยังไม่พอ! เราได้เปิดตัวเลนส์ Neptune Convertible Art Lens System ผ่าน Kickstarter ซึ่งเป็นเลนส์ handcraft มาพร้อมชุดเปลี่ยนหน้าเลนส์ เพื่อการสร้างสรรค์ภาพที่ไม่สิ้นสุด พร้อมเปิดตัวกล้อง Lomo’Instant Square Glass ซึ่งใช้ฟิล์ม Instax square

เรายังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เรายังได้ผลิตกล้อง Diana F+ รุ่นพิเศษครบรอบ 10 ปี, เลนส์ Daguerreotype Achromat 2.9/64 รุ่นที่มีเพลทเป็นสีทอง และพัฒนาฟิล์ม LomoChrome Purple รุ่นใหม่

เราได้เปิดตัวกล้อง Lomo’Instant Automat Glass รุ่น Magellan และ Cabo Verde ซึ่งเป็นกล้อง Instant เลนส์แก้วที่ทำให้ภาพของคุณคมชัดมากกว่าเดิม และเปิดตัวกล้อง Lomo’Instant ที่มาในธีมการท่องเที่ยวอย่าง Lomo’Instant Murano, Panama, Yangon และ Oxford

และในปีนี้คุณจะสามารถแชร์ภาพ Instant ของคุณได้อย่างง่ายดายผ่าน Lomo’Instant App! ซึ่งมีการกดไลค์ภาพไปแล้วมากกว่า 69 ล้านไลค์ โดยคุณสามารถสร้าง LomoHome และเข้าร่มสนุกได้ง่ายๆเลย แถมยังสามารถส่งภาพเข้าประกวดในงาน TEN AND ONE Annual Lomography Photo Awards ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีผู้ส่ภาพมาเข้าร่วมถึึง 164,000 ภาพ

2018

การสร้างสรรค์กล้อง Instant และขยาย Lomography Community

ในปี 2018 เป็นปีที่พิเศษมากสำหรับชาวโลโม่ เพราะเราได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆอีกมากมาย

ในเดือนมิถุนายน เราได้เปิตัวกล้อง Diana Instant Square ผ่านทาง Kickstarter ซึ่งเป็นกล้องที่นำเอลักษณ์ ความสวยงาม และสไตล์ภาพในแบบฉบับของ Diana มาอยู่ในกล้องรูปแบบ Instant โดยได้รับการขนานนามจาก DigitalRev ว่าเป็น “most versatile instant camera ever” ซึ่งกล้องตัวนี้ระดมทุนให้ไปถึงเป้าที่ตั้งไว้ในเวลาเพียง 24 ชม.

และเรายังได้เปิดตัวฟิล์ม Berlin Kino ซึ่งเป็นฟิล์มที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากการเคลื่อนไหวของภาพยนตร์เยอรมัน ให้ภาพที่เกรนละเอียด นุ่มนวล มีเสน่ห์

ยังไม่หมด เรายังได้เปิดตัวกล้อง Lomo’Instant Automat Glass รุ่น Elbrus, กล้อง LC-A+ รุ่นพิเศษ ครบรอบ 25 ปี, ฟิล์ม color negative F² 120, กล้อง Fisheye No.1 รุ่น Caspian, กล้อง Lomo Instant Mini รุ่น Explorer, กล้อง Sprocket Rocket Teal และกล้อง Lomo’Instant Automat รุ่น Riviera

และเราได้เปิดตัว #HeyLomography ซึ่งเป็นแฮชแท็กที่ใช้รวบรวมภาพถ่ายที่สร้างสรรค์จากชาวโลโม่ ซึ่งคุณสามารใช้แฮชแท็กนี้ เผื่ออาจจะไ้ดรับการคัดเลือกให้มาลงบทความในเว็บไซต์ของเราก็ได้นะ!

2019

ปีแห่งการสร้างสรรค์ฟิล์ม

พวกเราตกหลุมรักในฟิล์มขาวดำและได้เปืดตัวฟิล์ม Potsdam Kino ขึ้นในเดือนมกราคม ตามด้วยพัฒนาฟิล์ม Berlin Kino รุ่นปี 2019 ในเดือนตุลาคม รวมทั้งได้เปิดตัวฟิล์มพิเศษอย่าง LomoChrome purple รุ่นปี 2019 และฟิล์ม LomoChrome Metropolis ซึ่งเป็นฟิล์มสีตัวแรกในรอบ 5 ปีของเรา โดยฟิล์มตัวนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากชาวโลโม่ผ่านทาง Kickstarter

เราได้เปิดตัวกล้อง La Sardina อีก 2 รุ่น เริ่มจาก La Sardina Fitzroy มาพร้อมสีสันสวยงาม ออกแบบโดย Ale Giorgini และอีกตัวเป็นกล้อง La Sardina Delaunay ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อระลึกถึงผลงานของ Robert Delaunay โดยครั้งนี้เราได้ร่วมงานกับพิพิธภัณฑ์ Thyssen Museum ที่กรุงมาดริดด้วย นอกจากน้เรายังได้เปิดตัวกล้อง Diana Mini รุ่น Picnic และเลนส์ Lomogon

ช่วงหน้าหนาว เราได้ปิดตัวเลนส์ Petzval 55 mm f/1.7 Bokeh Control ซึ่งออกแบบมาสำหรับใช้งานกับกล้อง full-frame mirrorless และเรายังได้จัด งาน residency week ในเดือนพฤษภาคม โดยเราได้พาช่างภาพ 11 คนทั่วโลกที่ชนะการประกวด TEN AND ONE มาทำกิจกรรมร่วมกัน รวมทั้งสร้างนิทรรศการ LomoWall ด้วยกัน

และเพื่อส่งเสริมเหล่าช่างภาพของเรา เราได้จัดแคมเปญ Social Media tester call-outs ขึ้น และในแต่ละครั้งเราได้รับใบสมัครกว่าพันใบ ซึ่งจากเคมเปญนี้ทำให้เราเห็นทักษะและความสามารถของช่างภาพอีกมากมายทั่วโลก

และเราได้เปิดตัวกล้อง LomoMod No.1 ซึ่งเป็นกล้องประกอบเองที่ทำจากกระดาษ พร้อมเลนส์เติมน้ำที่สามารถสร้างเอฟเฟกต์ต่างๆให้ภาพได้