Summon Mnemosyne: บันทึกความทรงจำไว้ตลอดกาลด้วยกล้อง Lomo’Instant Automat รุ่นพิเศษจากศิลปินไทย Jarb

Lomography ร่วมกับศิลปินชาวไทย คุณจ๊าบ–มงคล ศรีธนาวิโรจน์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ JARB โดยครั้งนี้เราได้ร่วมกันสร้างสรรค์กล้อง Lomo’Instant Automat รุ่นใหม่ล่าสุดขึ้น ซึ่งกล้องตัวนี้ได้ผสมผสานการออกแบบที่มีความเท่ให้เข้ากับเรื่องราวตำนานกรีกอันยิ่งใหญ่ โดยคุณจ๊าบได้หยิบยกเรื่องราวของเทพแห่งความทรงจำของกรีกอย่าง Mnemosyne ขึ้นมา เนื่องจากอยากให้ความทรงจำที่ถูกบันทึกด้วยกล้องตัวนี้เป็นอมตะและไม่เหมือนใคร บอกเลยว่าการลั่นชัตเตอร์แต่ละครั้งผ่านกล้องตัวนี้จะทำให้ความทรงจำของคุณถูกบันทึกไว้ตลอดกาลเหมือนกับตำนานกรีกที่ไม่มีวันเลือนหายได้อย่างแน่นอน

วันนี้เราได้ชวนคุณจ๊าบมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับกล้อง Lomo’Instant Automat รุ่น Jarb ผ่านบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยนะ มาฟังแนวคิดของกล้องตัวนี้ พร้อมชมภาพถ่ายฝีมือคุณจ๊าบกันได้เลย


  • อยากให้คุณจ๊าบเล่าที่มาและจุดเริ่มต้นของการเป็นศิลปินให้ฟังหน่อยค่ะ

- จริง ๆ เป็นคนชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ พอโตขึ้นเรื่อย ๆ เราก็เริ่มมองหาว่าการวาดรูปสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง จนเรามาเจออาชีพนักวาดภาพประกอบ เราก็เริ่มสนใจอาชีพนี้ ก็เลยตั้งใจไว้เลยว่าอยากเป็นนักวาดภาพประกอบตั้งแต่ม.สาม จากนั้นเราได้เข้าไปเรียน fine art ที่ศิลปากร พอเราเรียนจบเราก็ได้เป็นนักวาดภาพประกอบแบบที่ตั้งใจไว้ ระหว่างทางที่เราทำงาน เราก็รู้สึกสนุกมาก ๆ ที่ได้วาดงานหลากหลายสไตล์ตามโจทย์ของลูกค้า

จนถึงจุดนึงเรารู้สึกว่างานเรามันหลากหลายมาก ๆ จนเราตอบตัวเองไม่ได้ว่างานของตัวเราเองคือสไตล์อะไร จนเรากลับมาสำรวจตัวเองว่าจริง ๆ แล้วเราชอบงานประเภทไหน เลยย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัย เราค้นพบว่าเราทำงานที่พูดถึงความรู้สึกนึงก็คือความรู้สึก nostalgia ผ่านสไตล์ที่มีกลิ่นของความเป็น citypop มาโดยตลอด จนเราเรียนจบมางานส่วนตัวของเรา เวลาว่างก็ยังวาดงานประเภทนี้อยู่ ทุก ๆ ครั้งที่วาดมันเป็นเหมือนกับการบันทึกความทรงจำและความรู้สึก nostalgia ผ่านงานมาเรื่อย ๆ เลยตั้งใจโฟกัสกับงานประเภทนี้มากขึ้น จนเป็นสไตล์หลักของเราจนถึงทุกวันนี้

  • งานของคุณจ๊าบมีเอกลักษณ์มาก ๆ ค่ะ ปกติแล้วหาแรงบันดาลใจจากไหนเป็นหลักคะ

- งานทุก ๆ ชิ้นของเราเป็นเหมือนการบันทึกความรู้สึก nostalgia ในแต่ละครั้ง เราเป็นคนที่หลงใหลในความเป็น japan culture ในยุค 80s มาก ๆ สิ่งที่ทำให้ความหลงไหลชัดเจนที่สุดคือเพลงสไตล์ citypop รวมถึงอาร์ตเวิร์กต่าง ๆ บนปกแผ่นเสียงไวนิลของเพลงญี่ปุ่นในยุค 80s รวมถึงสิ่งสภาพแวดล้อมและสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว

  • เรียกงานของตัวเองว่าเป็นสไตล์ไหนคะ

- เป็นสไตล์ citypop ครับ ผมได้รับอิทธิพลมาจากเพลงและอาร์ตเวิร์กบนปกอัลบั้มต่าง ๆ มาจากยุคนั้น โดยมีศิลปิน 2 คนที่เป็นเจ้าพ่อของงานสไตล์ citypop ก็คืออาจารย์ Hiroshi Nagai และอาจารย์ Eizin Suzuki ถือว่าเป็นศิลปินที่ผมได้รับอิทธิพลมาเยอะมาก ๆ งานของอาจารย์สองคนนี้ค่อนข้างแสดงออกได้อย่างชัดเจนถึงความเป็น 80s ญี่ปุ่น ผมจึงหยิบความเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นอาร์ตเวิร์กในยุคนั้นมาพัฒนาต่อในงานตัวเองครับ เพราะกลิ่นของความเป็นอาร์ตเวิร์กของญี่ปุ่นในยุคนั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเล่าผ่านงานอย่างตรงไปตรงมาครับ

- เป็นการตีความของศิลปิน กล้องเป็นเหมือนเครื่องบันทึกความทรงต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้น ๆ การกดชัตเตอร์หนึ่งครั้ง จะเป็นการบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ตรงนั้น ด้วยความที่ผมมักจะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการตีความรูปปั้นเทพกรีกโบราณ คราวนี้เลยหยิบเอารูปปั้นของเทพ Mnemosyne ที่เป็นเป็นเทพแห่งความทรงจำตามตำนานเทพกรีก เข้ามาเป็นเหมือนตัวแทนการบันทึกความทรงจำนั้น ๆ ส่วนด้านหลังของกล้องก็จะมีข้อความภาษาญี่ปุ่นที่เขียนว่า “ シャッターを押してください、戻ってきます。” ซึ่งแปลว่า “กดชัตเตอร์แล้วฉันจะกลับมา”

  • ทำไมคุณจ๊าบถึงเลือกวาดหุ่นปูนเดวิดในงานหลาย ๆ งานคะ

- หุ่นปูนเดวิดเป็นเหมือนตัวแทนตัวเราเองในเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งนอกจากความเป็น citypop แล้ว ผมยังค่อนข้างผูกพันกับรูปปั้นเทพกรีกโบราณ เนื่องจากเป็นรูปปั้นที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบให้ใช้ศึกษาสำหรับคนที่เรียนศิลปะอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถ้าย้อนกลับไปช่วงตอนม.สาม รูปแรกที่เราหัด drawing อย่างจริงจังรูปแรกคือรูปหุ่นเดวิด และเรากลับวาดได้อย่างเข้ามือ จึงค่อนข้างรู้สึกผูกพันมากๆ กับรูปปั้นนี้ หุ่นเดวิดจึงเป็นเหมือนกับวัตถุนึงที่ดึงให้เรากลับไปสู่ความรู้สึกนั้นทุกครั้ง

  • นอกเหนือจากการเป็นศิลปินแล้ว คุณจ๊าบมีงานอดิเรกอื่น ๆ อีกมั้ยคะ

- เรามีงานอดิเรกคือการเป็น dj เปิดแผ่นไวนิลครับ เนื่องจากเราเป็นคนที่ชอบฟังเพลงเอามาก ๆ และก่อนหน้านี้ก็ได้สะสมแผ่นเสียง citypop เอาไว้เยอะมาก ๆ ในช่วงวันหยุด เราจะชอบนำแผ่นเสียงนี้มาเปิดฟังในเวลาพักผ่อน รวมถึงถ้ามีโอกาสเราก็จะไปเปิด set dj ของเราตามงาน event ต่าง ๆ ครับ

- รู้สึกว่าใช้งานง่ายมาก ๆ โดยปกติแล้ว เราไม่ได้เป็นคนใช้กล้องบ่อย เพราะส่วนหนึ่งเราเป็นคนที่ต้องการเค้นภาพความทรงจำในหัวออกมาเป็นงานวาด แต่พอได้ทดลองใช้กล้องตัวนี้กลับรู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีมาก ๆ เลยในการบันทึกช่วงเวลาต่าง ๆ ในอีกรูปแบบหนึ่ง

  • รูปภาพที่ถ่ายมามีธีมหรือคอนเซปต์พิเศษมั้ยคะ

- จริง ๆ เป็นเหมือนการบันทึกสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้น ๆ ครับ เช่นสิ่งของต่าง ๆ สถานที่ที่เราอยู่ เป็นเหมือนการช่วยบันทึกรายละเอียดของช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเราครับ

  • คุณจ๊าบชอบฟังเพลง citypop และเป็น dj ด้วย ถ้าให้เลือกเปิดเพลง 1 เพลง ให้กับกล้องรุ่นนี้ จะเลือกเป็นเพลงไหนคะ

- ขอเลือกเป็นเพลง Eki ของ Mariya Takeuchi เพราะเป็นเพลงที่วนขึ้นมาพอดีตอนเราทำงาน 55555 เลยทำให้ภาพรวมของงานออกมามีและความเหงาบางอย่าง แต่ความเหงาเหล่านี้ยังมีความสวยงามอยู่ในนั้น

  • ถ้าสามารถเรียกเทพ Mnemosyne มาบันทึกความทรงจำได้หนึ่งอย่าง เรื่องในอดีตหรืออนาคตก็ได้ คุณจ๊าบอยากให้มาบันทึกความทรงจำช่วงไหนมากที่สุดคะ

- คงเรียกให้กลับมาบันทึกภาพความทรงจำตอนไปญี่ปุ่นครั้งแรกครับ เพราะตอนไปญี่ปุ่นรอบแรกเราถ่ายรูปมาน้อยมาก เราติดอยู่กับบรรยากาศโดยรอบจนแทบจะลืมถ่ายรูปไปเลย

  • คุณจ๊าบทำงานหลากหลายมากในตอนนี้ คิดว่าในอนาคตอยากทำอะไร หรือมีแพลนอื่น ๆ อีกมั้ยคะ

- ตอนนี้มีแพลนที่อยากจะทำ solo exhibition ในอนาคตสักครั้งครับ อยากจะลองเล่างานที่มาจากตัวเรา 100% ดูบ้าง เพราะที่ผ่านมางานเราส่วนใหญ่จะเป็นงาน collaboration ซะส่วนใหญ่ เลยอยากกลับมาลองเล่าเรื่องที่เราอยากเล่าจริง ๆ จังๆ ผ่าน medium ต่าง ๆ ทั้งงาน paint งาน sculpture รวมถึง installation ด้วย หวังว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ครับ

  • สุดท้ายแล้ว ฝากกล้องตัวนี้กับชาวโลโม่หน่อยค่ะ

- ฝากกล้อง Lomo’Instant Automat รุ่น Jarb ด้วยนะครับ เป็นงาน collaboration อีกชิ้นนึงที่เราตั้งใจทำมาก ๆ :D หวังว่าจะเป็นกล้องอีกตัวที่เป็นตัวช่วยในการบันทึกความทรงจำต่าง ๆ ของทุกคนนะครับ “ シャッターを押してください、戻ってきます。”


ขอบคุณคุณจ๊าบที่มาร่วมออกแบบกล้อง Lomo'Instant Automat รุ่นพิเศษตัวนี้ด้วยนะคะ ติดตามผลงานของคุณจ๊าบเพิ่มเติมได้ทาง website , Facebook และ Instagram กันได้เลย (:

เขียนโดย aomschll เมื่อ 2024-04-10 ในหมวด

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ