เมื่อเราเข้าไปถึงในตัวอุทยานแล้วหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน เราก็ไปตั้งแคมป์ก่อกองไฟกันด้วยอาหารที่นำมาเอง เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วจำเป็นต้องเก็บในรถให้มิดชิด เศษอาหารต้องเอาไปทิ้งให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นหมีจะตามกลิ่นอาหารมาที่เต๊นท์ในยามค่ำคืนได้
โดยบริเวณแคมป์ไฟเราต้องทำการจองล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนมาพัก เพราะว่าถ้าเกิดเป็นฤดูท่องเที่ยว ก็อาจจะไม่มีที่ว่างเหลือให้คุณก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าช่วงที่ฉันไปเที่ยวจะเป็นช่วงหน้าร้อนของอเมริกา แต่ที่อุทยานแห่งชาติเวลาพลบค่ำอากาศก็ค่อยๆหนาวขึ้นเรื่อยๆ ตกดึกอากาศก็หนาวจนถึง 0 องศาเลยทีเดียว ดังนั้นต้องเตรียมเสื้อผ้ามาให้พร้อมรับอากาศหนาวด้วย
พอตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เห็นเมื่อออกมาจากเต๊นท์ก็คือ สัตว์มีฟันหน้าขนาดเล็ก ที่ฝรั่งเรียกว่าตัวโม ก็ออกมาหากินเศษอาหารที่นักท่องเที่ยวทำหกไว้ที่บริเวณเต๊นท์ พวกมันคล้ายหนูตัวใหญ่แต่ว่าชอบยืนสองขาเหมือนตัวเมียแคท น่ารักมากแถมยังไม่กลัวคนอีกด้วย ฉันเห็นแล้วอยากอุ้มกลับบ้านไปเลี้ยงซักตัวจริงๆ
เมื่อสนุกกับการดูตัวโมน้อยๆขุดคุ้ยหาอาหารแล้วเราก็เดินทางไปกันต่อ โดยเราก็ไปดูพวก Basins และ Geysers ซึ่งเป็นความงดงามของธรรชาติที่สร้างสรรค์แบคทีเรียมาทำให้เกิดสีต่างๆมากมาย ขอบอกว่าสวยจริงๆ แต่ว่าก็ร้อนไม่ใช่เล่นและยังมีกลิ่นเหมือนไข่เน่านิดๆลอยมาเป็นระยะด้วย
แต่บรรยากาศโดยรวมก็สวยมาก เพราะว่าที่อุทยานแห่งนี้มีสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ให้ดูเยอะมาก เรียกได้ว่าเกินคุ้มเลยค่ะ
ทางอุทยานจะทำทางเดินสะพานไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปในระยะใกล้มากเกินไป แต่สามารถเดินไปชมความงดงามบริเวณโดยรอบ แถมได้สัมผัสไอร้อนนิดๆอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่เก็บรูปมาได้ไม่มากเพราะว่าสถานที่มันใหญ่มากจนไม่รู้จะถ่ายอย่างไรเลยทีเดียว
วันที่สองในการเดินทางก็จบไปพร้อมกับทริปชม Basins และ Geysers อันมีชื่อของอุทยาน
ตอนต่อไปจะเป็นวันที่สาม เราจะมุ่งไปชมน้ำตก สัตว์ป่า และก็ไปปีนเขากันค่ะ



2 comments
dakadev_pui
น่าไปครับ : )
wapclub
คิดถึงหนูพูดได้ในหนังสือนาเนียเลยแฮะ